การเริ่มต้นฤดูกาล 2026-27 ใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะการเคี่ยวหักหอกทำประตูและแอสซิสต์ที่นำทัพโดย ราฟินญ่า จากบาร์เซโลนา และ คีเลียน เอ็มบาปเป้ สตาร์ดังเรอัล มาดริด ซึ่งต่างมีส่วนร่วมกับประตูไปแล้วถึง 9 ลูกเท่ากัน โดยราฟินญ่าที่ถูกดันมารับบทหน้าเป้าตัวหลักทำไป 6 ประตู 3 แอสซิสต์ รั้งอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนเวลาต่อประตูที่เหนือกว่า ขณะที่เอ็มบาปเป้ตามมาติดๆ ในอันดับ 2 ด้วยผลงาน 7 ประตู 2 แอสซิสต์ ตอกย้ำความตั้งใจในการล่ารางวัลบัลลงดอร์ปีนี้
ลาลีกา สเปน กลายเป็นลีกที่โดดเด่นที่สุดอย่างน่าเหลือเชื่อเมื่อส่งนักเตะติดโผทัพหน้าถึง 8 จาก 10 คน ไม่ว่าจะเป็น เซร์คิโอ คาเมลโล ของราโย บาเยกาโน่ ที่รั้งอันดับ 3 (6 ประตู 1 แอสซิสต์) รวมถึงการกลับมาของเก๋าเกมอย่าง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยัง ในวัย 37 ปีที่ยิง 5 นัดรวดติดอันดับ 4 (5 ประตู 2 แอสซิสต์) และเรื่องราวสุดเหลือเชื่อของ มาริอาโน ดิอาซ อดีตแข้งดับกับราชันชุดขาวที่คืนชีพพาอาลาเบสบินสูงด้วยผลงานติดอันดับ 6 (3 ประตู 3 แอสซิสต์)
ขณะที่ดาวรุ่งและซูเปอร์สตาร์รายอื่นก็ทำผลงานได้น่าจับตามอง ลามีน ยามาล (อันดับ 9) และ เฟอร์มิน โลเปซ (อันดับ 8) สองผลผลิตจาก ลา มาเชีย ยังคงเป็นคีย์แมนสำคัญของบาร์ซา ส่วน ดอนเยลล์ มาเลน อดีตหอกวิลลาก็สถาปนาตัวเองเป็นจอมสังหารเฉลี่ยทุกๆ 42 นาทีกับโรม่า พารวม 6 ประตูรั้งอันดับ 5 และ โรแบร์โต เฟอร์นันเดซ หมายเลข 9 ของเอสปันยอล ก็กดไป 6 ประตู รั้งอันดับ 10 ร่วมลุ้นติดทัพทีมชาติสเปน
สำหรับพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีเพียง โจเอา เปโดร ศูนย์หน้าตัวใหม่ของเชลซีรายเดียวเท่านั้นที่หลุดเข้ามาติดโผในอันดับ 7 ด้วยผลงาน 3 ประตู 3 แอสซิสต์ สะท้อนให้เห็นถึงการประสานงานที่เริ่มลงตัวในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งหากทั้ง ราฟินญ่า และ เอ็มบาปเป้ รวมถึงผู้เล่นในกลุ่มนี้ยังรักษามาตรฐานความคมไว้ได้ต่อเนื่อง แฟนบอลทั่วโลกจะได้เห็นการแย่งชิงตำแหน่งดาวยิงสูงสุดที่สูสีและตื่นเต้นที่สุดฤดูกาลหนึ่งในประวัติศาสตร์
หงส์ไม่พลาด! ลิเวอร์พูล เช็กบิล สเปอร์ส 3-1 ทะยานรอบ 4 คาราบาว คัพ
อาร์เซน่อลร้อนแรงต่อเนื่อง! เปิดสถิติ 7 นัด 7 ชัยชนะ ออกสตาร์ตดีที่สุดในยุคอาร์เตต้า
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉 https://line.me/R/ti/p/@671npikm





